LEARNING AGRICULTURAL TOURISM
แปลงเรียนรู้การปลูกผักไร้ดิน (Hydroponics)
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ (พืชสวน) ได้จัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตผักไฮโดรโปนิกส์ขึ้น เพื่อให้เกษตรกรที่สนใจได้เข้าศึกษาเรียนรู้ ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมได้ และมีการเปิดอบรมฟรีแก่ผู้ที่สนใจ
ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) เป็นคำที่คนไทยได้ยินมานาน แต่หลายคน
ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง คำว่า hydro หมายถึง น้ำ ponos หมายถึง
การทำงาน จึงแปลได้ว่า เป็นการทำงานของน้ำ ดังนั้น ไฮโดรโปนิกส์ คือ
การปลูกพืชลงบนสารละลายธาตุอาหารพืช โดยให้รากพืชสัมผัสกับ
สารอาหารโดยตรง นั่นเอง ดังนั้น ไฮโดรโปนิกส์ จึงเป็นเพียงวิธีหนึ่ง
ในการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน (Soiless Culture) ซึ่งเป็นการปลูกพืช
โดยใช้วัสดุปลูกอื่นๆ ที่ไม่ใช่ดิน เช่น แผ่นฟองน้ำ ทราย กรวด
ขี้เลื่อย แกลบ ขุยมะพร้าว กาบมะพร้าวสับ เปลือกถั่ว ถ่านไม้
ซังข้าวโพด ถ่านกะลาปาล์ม เป็นต้น
วัตถุประสงค์
1. เพื่อแปลงศึกษาเรียนรู้แก่เกษตรกรผู้สนใจการปลูกผัก
      โดยไม่ใช้ดิน
2. เพื่อเป็นแปลงศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา ที่สนใจด้าน
      การปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน
3. เพื่อให้ผู้เข้าดูงานได้เยี่ยมชม
ข้อดีของไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics)
  • สามารถปลูกพืชได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วสามารถปลูกผักรุ่นต่อไปได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมดิน หรือแปลงปลูกใหม่
  • สามารถปลูกพืชได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีพื้นที่สำหรับปลูกพืช เช่น บนตึกแถว ทาวน์เฮาส์ อาคารชุด หรือหอพัก
  • สามารถปลูกพืชในที่ที่ดินไม่เหมระสม เนื่องจากดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทะเลทราย หรือพื้นที่ที่เป็นหิน ภูเขา ดินเค็ม หรือดินเป็นด่าง พื้นที่ที่แห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ
  • พืชเจริญเติบโตได้เร็วและให้ผลผลิตสูง เนื่องจากพืชได้รับธาตุอาหารโดยตรงจากสารละลายที่ให้ผ่านระบบราก ไม่มีการแก่งแย่งธาตุอาหารจากวัชพืช
  • ผลผลิตมี่ความสม่ำเสมอ สะอาด และคุณภาพดี เนื่องจากมีการควบคุมปัจจัยการผลิตที่พืชต้องการ ตลอดจนปัจจัยทางสภาพแวดล้อมได้ทั่วถึง ทำให้ได้ผลผลิตที่มีความสม่ำเสมอ มีรูปร่าง สี ขนาดใกล้เคียงกัน ผลผลิตไม่สัมผัสดิน จึงสะอาด แลดูน่ารับประทาน นอกจากนี้ ผักที่ปลูกด้วยวิธีนี้จะมีความกรอบ สด เนื่องจากพืชมีการเจริญเติบโตรวดเร็วทำให้สร้างเส้นใยน้อยกว่าในแปลง
  • สามารถใช้น้ำและแร่ธาตุอาหารพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น ปริมาณน้ำที่ใช้ลดลงไม่ต่ำกว่า 10 เท่าของการปลูกแบบธรรมดา
  • ใช้แรงงานน้อยลง เนื่องจากไม่ต้องเตรียมดิน ไม่ต้องทำการเขตกรรม
  • ลดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและวัชพืช เนื่องจากปลูกในโรงเรือนที่กางมุ้งตาข่าย
  • ลดค่าขนส่งเพราะสามารถเลือกผลิตใกล้เขตชุมชนหรือโรงงานอุตสาหกรรมที่รับซื้อ ทำให้มีศักยภาพในเชิงการค้าสูง
  • ปลูกพืชได้ทุกฤดูกาลและทุกสภาพอากาศ เนื่องจากมีการควบคุมปริมาณธาตุอาหารให้พอดีกับความต้องการของพืช และมีการควบคุมสภาพแวดล้อมอื่นๆ ให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช และยังสามารถควบคุมราคาไม่ให้ขึ้นลงตามฤดูกาลได้อีกด้วย
ข้อเสียของไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics)
  • เป็นระบบที่มีต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง
  • ต้องใช้ความรู้และความเข้าใจในเทคนิคที่ใช้
  • ต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอ
  • วัสดุปลูกบางชนิดย่อยสลายช้า
  • มีโอกาสติดโรคจากแหล่งน้ำที่ใช้ได้
Copyright © 2012 All agrotourismandaman.com Reserved.